เดี๋ยวนี้สิ่งแวดล้อมของโลกเรานั้นเริ่มเหลือน้อยเนื่องจากถูกทำลายทั้งจากมนุษย์และธรรมชาติ โดยในประเทศไทยเราสิ่งแวดล้อมถูกทำลายอย่างรวดเร็ว  และในประเทศไทยเรามีหลายพื้นที่ ที่รณรงค์ให้อนุรักษ์หรือดูแลสิ่งแวดล้อมในประเทศเราเยอะแยะมากมาย มีหลายภาคส่วนที่ดูแลสิ่งแวดล้อม และช่วยกันลดการทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมได้ เราจึงนำวิธีการดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆที่พวกเราสามารถทำกันได้มาแบ่งปันกัน

ส่วนใหญ่นั้นเรามักจะเลือกวิธีเดินรณรงค์กันมากกว่าที่จะลงมือปฏิบัติกันจริงๆ แต่เราสามารถทำได้โดยเริ่มจากการ ใช้กระดาษทั้งสองด้านก่อนจะทิ้ง เพราะคนเราส่วนใหญ่มักใช้กระดาษเขียนแค่ด้านเดียวบางทีก็เขียนไม่ถึงหนึ่งหน้ากระดาษก็ทิ้งแล้วเปลี่ยนแผ่นใหม่ ซึ่งกระดาษหนึ่งตันต้องใช้ต้นไม้มากถึง  17 ต้น ฉะนั้นเวลาใช้กระดาษควรใช้ให้ครบทั้งสองหน้าก่อน ถ้าบางทีเราอยากจะจดอะไรเล็กๆน้อยๆเราก็สามารถใช้กระดาษที่ยังมีที่ว่าเหลือจากการที่เราใช้เขียนแล้วนั้นมาใช้ใหม่ได้  และหนังสือพิมพ์เมื่ออ่านจบแล้วอย่าพึ่งทิ้ง เพราะกระดาษหนังสือพิมพ์ใช้รองพื้นกันเลอะเวลาเราจะทำกิจกรรมต่างๆที่จะต้องใช้สีหรือกิจกรรมบางอย่างที่เราอาจจะเปื้อน และยังช่วยเช็ดกระจกได้อีกแถมยังเช็ดสะอาดด้วย

วิธีนี้เริ่มมีคนนำมาใช้กันอย่างเต็มรูปแบบนั่นก็คือการรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติกนั่นเอง บางที่มีโรงงานสำหรับรีไซเคิลขวดพลาสติกโดยเฉพาะเลยทีเดียว แต่เราสามรถนำขวดพลาสติกที่เราใช้แล้วนั้นมา D.I.Y ได้เองที่บ้าน เช่น ทำกระถางต้นไม้เล็กๆน่ารักตกแต่งบ้านหรือคอนโด  แปลงปลูกผักจากขวดพลาสติก รั้วจากขวดพลาสติก กระปุกออมสินจากขวดพลาสติก หรือนำฝาของขวดพลาสติกแต่ละชนิดมาทำเป็นม่านหรือโมบายสวยๆได้อีกด้วย

อีกวิธีที่คนส่วนใหญ่นั้นนิยมกันก็คือ ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกและพกกระติกน้ำแทนการใช้แก้วน้ำพลาสติก จะเห็นได้ว่าในห้างสรรพสินค้าต่างๆเริ่มทำการรณรงค์การใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดถุงพลาสติกแล้วยังช่วยลดการเกิดขยะจากถุงพลาสติกอีกด้วยและการพกแก้วน้ำหรือกระติกแทนแก้วพลาสติกก็เช่นกัน แก้วน้ำหรือกระติกน้ำเราใช้เสร็จเราก็ล้างเก็บและนำมาใช้ใหม่ได้ แต่แก้วพลาสติกเราใช้แล้วก็ทิ้งนั่นก็ถือว่าเป็นการเพิ่มขยะเช่นกัน

มาถึงวิธีที่เรานั้นควรช่วยกันทั้งเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและยังเป็นการทำเพื่อสุขภาพร่างกายเราอีกด้วย อยากให้ทุกคนลองปลูกต้นไม้โดยไม่จำเป็นต้องปลูกต้นไม้ต้นใหญ่ ปลูกต้นไม้เล็กๆก็ได้ เพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นให้เราได้รับบรรยากาศดีๆแล้วยังช่วยฟอกอากาศได้ด้วย แต่ละวิธีที่นำมาแบ่งปันนั้นไม่ได้ยากเลย พวกเราทุกๆคนมาร่วมมือกันดูแลสิ่งแวดล้อมแค่นี้โลกของเราก็คงน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยค่ะ

จริง ๆ แล้วคุณแม่สามารถสร้างสรรค์จินตนาการได้ตั้งแต่เด็กยังอยู่ในท้องเลย จินตนาการทารกในครรภ์นั้นจะส่งผลไปจนโตอีกด้วย ช่วงวัยทารกนั้นก็จะมีจินตนาการต่าง ๆ มากมาย จนถึง 1 ปี ก็จะมีจินตนาการเด็กเพิ่มขึ้น ทั้งทางร่างกายและอารมณ์เลย พฤติกรรมหลาย ๆ อย่างของเด็กเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่าเด็กวัย 1 ปีนั้นมีจินตนาการเด็กอะไรบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้างสรรค์จินตนาการเด็กได้อย่างไร

จินตนาการเด็กด้านการย่อยอาหาร
เด็กในวัยนี้จะเริ่มมีระบบการย่อยอาหารที่พัฒนามากขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมสร้างสรรค์จินตนาการเด็กเพิ่มเติมได้ด้วยการหาอาหารอย่างอื่นมาเสริมนอกจากนม ลดปริมาณนมให้น้อยลงแล้วเสริมสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้มากขึ้น อย่างเช่นการให้ลูกทานกล้วยบด ฟักทองบด หรือเริ่มทานโจ๊กที่อาจจะต้องบดหมูให้ละเอียดมาก ๆ หน่อยเพราะระบบย่อยอาหารเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง ในช่วงแรก ๆ เด็กอาจจะไม่ยอมกิน ดังนั้นจะต้องใจเย็นและพยายามอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จินตนาการเด็กด้านการนอน
ตลอด 1 – 9 เดือนนั้นเด็กจะนอนมากเป็นปกติแต่พอเริ่ม 1 ขวบปี จะมีจินตนาการเด็กด้านการนอนที่เปลี่ยนไป การนอนกลางวันจะสั้นลง และสามารถตื่นได้นานขึ้น ดังนั้นในวัยนี้ควรให้นอนวันละ 2 ครั้งประมาณ 20-30 นาทีก็เพียงพอแล้วในตอนกลางวัน ในเวลาที่เหลือควรปล่อยให้แกได้ออกมาเล่นเพื่อจินตนาการในด้านอื่น ๆ แทน ซึ่งไม่ควรที่จะบังคับให้เด็กนอนนะ เพราะอาจจะเสียระบบการทำงานในร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อในตอนโตได้

จินตนาการด้านการสื่อสาร
ลูกน้อยของคุณจะตอบสนองด้านการฟังมากขึ้น และเริ่มรู้จักชื่อตัวเอง เมื่อถูกเรียกก็จะหันมาตามเสียง เริ่มเข้าใจประโยคคำพูดสั้น ๆ แต่จะต้องมีท่าทางประกอบด้วยนะ จะเป็นการเสริมจินตนาการเด็กให้ดียิ่งขึ้น เด็กจะเข้าใจง่ายกว่าคำพูดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้จะทำให้เขารู้สึกสนุกสนานไปกับท่าทางที่คุณแสดงด้วย ดังนั้นเด็กในวัยนนี้จะเริ่มคุยเริ่มส่งเสียงเป็นคำมากขึ้น เวลาให้กับแกก็ให้ใช้ท่าทางประกอบด้วยนะ เพื่อที่เด็กจะเข้าใจมากขึ้น เพราะการฝึกจินตนาการเด็กนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าหากเด็กมีจินตนาการที่ดี ก็จะทำให้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ การรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็จะทำได้เร็วขึ้น ดังนั้นส่วนใหญ่เด็กที่ฉลาดนั้นล้วนแล้วแต่มีจินตนาการที่ดีมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นอย่าละเลยในส่วนนี้เลยนะ

ปัจจุบันนั้นมีมูลนิธิมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้พิการทางสังคม ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เป็นมูลนิธิไม่แสวงหากำไร เน้นช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็มีมิจฉาชีพหลายคนเลยทีเดียว ที่ใช้ช่องทางนี้หลอกลวงเงินผู้ใจบุญ เพื่อเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง ดังนั้นวันนี้จึงอยากจะมาแนะนำมูลนิธิที่ควรสนับสนุนและไว้ใจได้

มูลนิธิยุวพัฒน์
เป็นโครงการที่ส่งเสริมเด็กเรียนดีแต่ยากไร้ ทำให้ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ ดังนั้นมูลนิธินี้จึงเกิดขึ้นเพื่อทำให้เด็กๆ เหล่านี้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ซึ่งมูลนิธิยุวพัฒน์นั้นไม่ใช่เพียงแค่หาทุนการศึกษาให้เท่านั้น แต่จะติดตามผลนักเรียนทุนไปตลอด เรียกว่าดูแลในเรื่องการอบรมพื้นฐานทางด้านสังคมด้วย นอกจากเรียนดีแล้วจะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมด้วย นอกจากนี้ยังสนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ ส่งเสริมให้พวกเขาได้มีโอกาสที่ดีทางสังคม เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศิลปะและวรรณกรรมให้แก่เด็กๆ อีกทั้งเรายังเชื่อว่าศิลปะและวรรณกรรมคือเครื่องมือสำคัญในการขัดเกลาและปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี การสนับสนุนจากท่านคือแรงช่วยผลักดันให้เด็กๆ เหล่านั้นได้ค้นพบศักยภาพของเขา ไม่ใช่เพียงเท่านี้แต่มูลนิธิยุวพัฒน์นั้นยังเล็งเห็นความสำคัญของแม่พิมพ์แห่งชาติ เพราะถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างอนาคตของชาติ ดังนั้นมูลนิธิจึงมีโครงการอบรมเพื่อสร้างครูต้นแบบ เพื่อขยายผลคุณภาพของครูให้มีในสังคมมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์และน่าสนับสนุน

มูลนิธิเพื่อคนพิการ
เป็นมูลนิธิที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งก่อตั้งจากความศรัทธาและความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมของเหล่าเจ้าน้าที่และคณะกรรมการ ทำให้มูลนิธิดำเนินงานมาด้วยดีตลอด ซึ่งเด็กๆ ในมูลนิธิคนพิการนั้นได้รับการพัฒนาจกากเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เด็กบางส่วนมีผู้ปกครองแต่ไม่สามารถฝึกหรือพัฒนาให้พวกเขาสามารถช่วยตัวเองได้ ดังนั้นมูลนิธิเพื่อเด็กพิการจึงมีความสำคัญมาก แต่เจ้าหน้าที่ทำงานหนักมากเพราะจำนวนเด็กมีมาก ซึ่งมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานที่ จึงไม่สามารถขยับขยายหรือเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับปริมาณเด็กที่มีอยู่ในมูลนิธิ และเป็นปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ต่อมาเมื่อมีการดำเนินงานอย่างจริงจัง และมีระบบการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อความยั่งยืนในการช่วยเหลือเด็กสมองพิการ ดังนั้นศูนย์ฟื้นฟูเด็กพิการ จึงได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อเด็กพิการที่ถูกต้อง และขยายการดูแลในไลน์ของการฟื้นฟูเด็กสมองพิการจึงนับว่าเป็นจุดก่อเกิดของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ โดยมีโรงพยาบาลเลิศสินเป็นผู้ที่ให้ที่ยืมสถานที่พัก ซึ่งมูลนิธิต้องการปัจจัยในการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่ต่างเหน็ดเหนื่อยกันมาก และตั้งใจที่จะทำให้มูลนิธิยังคงอยู่ต่อไป